"ภาวะโลกร้อน" บนหน้าหนังสือ
16 เมษายน 2550 20:11 น.


นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกได้จัดอันดับมหันตภัยที่มนุษย์อาจต้องเผชิญในอนาคตไว้ 7 อันดับตั้งแต่น้อยที่สุดไปจนถึงมากที่สุด อันดับ 7 "การแผ่รังสีแกมมาจากการยุบตัวของดาวฤกษ์และหลุมดำ" อันดับ 6 "เครื่องจักรมีความคิด" อันดับ 5 "อภิมหาภูเขาไฟ" อันดับ 4 "ดาวเคราะห์น้อยชนโลก" อันดับ 3 "สงครามนิวเคลียร์" อันดับ 2 "โรคระบาด" และ อันดับ 1 "ภาวะโลกร้อน"

ภาวะอันตรายที่ถูกจัดลำดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ไว้ลำดับแรกสุดนี้ เป็นสิ่งที่มีการพูดถึงตั้งแต่ไหนแต่ไรมา นักวิทยาศาสตร์และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม พยายามส่งสัญญาณเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า หากวิถีประจำวันของมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังเข้ารูปรอยเดิม ไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ กระทั่งบุคคลระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ชาติที่ได้ขึ้นชื่อว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่าง อัล กอร์ ออกมาเปิดโปงวิกฤติสิ่งแวดล้อมผ่านภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "An Inconvenient Truth (แอน อินคอนวีเนียน ทรูธ)" กระแสความรุนแรงของภาวะโลกร้อนจึงเริ่มเป็นที่กล่าวถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากเวทีออสการ์ประกาศให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสารคดียอดเยี่ยม วงการสิ่งพิมพ์เมืองไทยก็เริ่มมีผลงานตอบรับกระแสดังกล่าว

นิตยสารสารคดีฉบับเดือนมีนาคม นำเสนอสกู๊ปขึ้นปกเรื่องภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลกระทบตั้งแต่ระดับมหภาค จวบจนถึงชายฝั่งทะเลเมืองไทย ซึ่งมีประเด็นน่าเป็นห่วงว่า ที่ดินย่านสมุทรปราการจมหายไปใต้น้ำ อย่างต่อเนื่อง นับพันไร่ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

ต่อด้วยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุด มีการเปิดตัวหนังสือแปล จากสำนักพิมพ์มติชน "An Inconvenient Truth โลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง" ที่อัล กอร์ ผู้เขียนประมวลเรื่องราวจากภาพยนตร์ แปลโดย คุณากร วาณิชย์วิรุฬ และ หนังสือจากสำนักพิมพ์ฟรีมายด์ "มหันตภัยโลกร้อน Global warming...เรื่องจริงที่คุณต้องรู้ " รวบรวมสถานการณ์ภาวะโลกร้อนพร้อมข้อมูลวิเคราะห์หลากหลายด้านจากนักวิชาการไทย เรียบเรียงโดย สุพัฒนา แซ่ลิ่ม
กระแสโลกต่างก็กล่าวถึงปัญหาเรื่องนี้ นิตยสารไทม์ ฉบับล่าสุด (เมษายน) ก็พูดถึงเรื่องโลกร้อน หลังจากเคยกล่าวถึงมาแล้วหลายครั้ง เราเองก็เอาข้อมูลมาใช้อ้างอิงด้วย เป็นคำบอกเล่าของ อิศวเรศ ตโมนุท คนหนุ่มรุ่นใหม่ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟรีมายด์ และยังเป็นหนึ่งในทีมข้อมูลหนังสือมหันตภัยโลกร้อนด้วย

อิศวเรศ บอกต่อว่า แม้สำนักพิมพ์ของเขาจะเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะเพื่อคนรุ่นใหม่ แต่หลังจากได้ติดตามเรื่องราวภาวะโลกร้อนจาก ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ผู้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ทำให้ทางสำนักพิมพ์ไม่ลังเลที่จะทำเรื่องนี้ และเมื่อได้ทำการศึกษาก็พบว่าข้อมูลที่มีจำนวนมากมายนั้น ส่อถึงความรุนแรงที่ทวีขึ้นทุกขณะ

อิศวเรศ ตโมนุท

สานุพันธ์ ตันติศิริวัฒน์
ที่น่าสนใจก็คือ ประเด็นนี้มีนักวิทยาศาสตร์ไทยหลายท่านเคยพูดถึงมาหลายสิบปีแล้ว และก็มีหนังสือเขียนถึงไว้ด้วย แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าไม่มีคนสนใจ จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน เพิ่งจะมีคนพูดถึง มีนักวิทยาศาสตร์บางท่านเห็นว่า มันสายเกินไปกว่าที่จะทำอะไรกันแล้ว แต่อย่างน้อย ตอนนี้สิ่งที่เราพอทำได้เราก็อยากทำ เพื่อให้มนุษย์หันมาหาทางแก้ไข ในหนังสือเล่มนี้ นอกจากแหล่งข้อมูลนักวิชาการที่เราได้สัมภาษณ์แล้ว ก็ยังมีข้อมูลในอีกหลายๆ แหล่งทั้งจากเมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่อัพเดทตลอดเวลา ซึ่งถ้าเราทำภาพรวมทั่วโลกมันก็จะดูไกลตัว ฉะนั้น เราจึงเน้นเจาะเฉพาะในประเทศไทย เป็นคำกล่าวเสริมจาก สานุพันธ์ ตันติศิริวัฒน์ ผู้บริหารสำนักพิมพ์อีกหนึ่งราย

ด้วยราคาหนังสือเพียงเล่มละ 195 บาท ข้อมูลรูปเล่ม ย่อยให้อ่านง่าย ภาพสีประกอบ เป้าหมายของพวกเขาคือเพื่อให้เกิด "ผลกระทบ" ในระดับบุคคล หวังว่าคนที่ได้อ่านหนังสือแล้วจะเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ช่วยกันประหยัดพลังงานเพื่อโลก โดยหนังสือยังสรุปด้วยว่าหลัก "ความพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นหัวใจสำคัญยิ่งในการแก้ปัญหานี้

"ด้วยข้อมูลที่อาจจะค่อนข้างหนัก เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่มองว่ามันน่าสนใจ จึงพยายามทำออกมาให้มันเป็นนิยายชีวิตเรื่องหนึ่ง ที่คนอ่านเขาจะต้องได้รู้ว่ากลไกของโลกเป็นอย่างไร ซึ่งพ็อคเก็ตบุ๊คเป็นสื่อที่อยู่นาน สามารถหยิบมาอ่านได้เรื่อยๆ ด้วย เหมาะกับการเสนอประเด็นนี้" สานุพันธุ์ กล่าว ก่อนที่สองหนุ่มจะช่วยกันสรุปว่า เชื่อว่าต่อไปจะมีคนหันมาทำหนังสือแนวนี้มากขึ้น เพราะทุกคนเริ่มเห็นว่ามันเป็นสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น แต่นับว่าเป็นสิ่งที่ดี

เพราะจะกระตุ้นให้คนหันมาสนใจปัญหา และหนังสือเล่มอื่นๆ อาจจะเสนอในมุมที่ลึกกว่า กว้างกว่านี้ เพราะประเด็นเรื่องภาวะโลกร้อนมีหลายมุมมาก อีกทั้งสถานการณ์ก็เริ่มเลวร้าย และรุนแรงขึ้นทุกที ถ้าคนไทยไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ ปัญหาก็จะเข้ามาใกล้เรามากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่หนังสืออีกเล่ม อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมาย ด้วยราคาที่สูงถึง 490 บาท แลกด้วยกระดาษอาร์ตและภาพสีสี่ รุจิรัตน์ ทิมวัฒน์ หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือต่างประเทศ สำนักพิมพ์มติชน บอกถึงกระแส "An Inconvenient Truth โลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง" เล่มนี้ว่า ถ้ามองโดยเนื้องาน รูปเล่ม ราคา ประกอบกับสภาพบ้านเมือง สภาพเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้ ตอนแรกทุกคนมองว่าอย่างไร ตลาดต้องซบเซาแน่ๆ เธอเองก็ห่วงเหมือนกันว่าจะขายยาก ทว่า หนังสือกลับขายดีเป็นอันดับ 1 ของบูธสำนักพิมพ์อย่างพลิกความคาดหมาย

"หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นหนังสือด้านสิ่งแวดล้อมเล่มแรกของสำนักพิมพ์มติชนเลยก็ว่าได้ และเป็นการประกาศว่า เราจะมารณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จะมีหนังสือเล่มต่อไปตามมาอีก ซึ่งทั้งหมดเริ่มจากสมัยที่คุณปานบัว บุนปาน นั่งเป็นบรรณาธิการบริหารของสำนักพิมพ์ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สึนามิขึ้น เขารู้สึกว่าโลกและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปเยอะ แม้แต่ในกรุงเทพฯ เองอากาศก็เปลี่ยนแปลงไปมาก และด้วยความที่เราเป็นสื่อด้วย จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม จนได้มาเจอหนังสือเล่มนี้"

รุจิรัตน์ อธิบายเพิ่มว่า หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากหนังสารคดี โดย อัล กอร์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ให้เรื่องสิ่งแวดล้อมไปถึงคนทั่วโลก ด้วยจุดประสงค์อยากให้คนทั้งโลกร่วมมือกัน ประกอบด้วยข้อมูลที่ อัล กอร์ ศึกษาจากศาสตราจารย์โรเจอร์ รีวิลล์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ว่าสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และนำมาย่อยให้อ่านง่าย พร้อมมีภาพมายืนยันเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน โดยทางสำนักพิมพ์ยังคงปก รูปเล่ม ขนาดตัวหนังสือ ให้เป็นแบบเดียวกับฉบับภาษาอังกฤษ ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในขณะนี้ ทั้งหมดล้วนช่วยสร้างกระแสให้เสียงตอบรับต่อหนังสือดีมาก

"ถึงแม้จะโชคดีด้านการขาย แต่ตอนนี้โลกของเราก็แย่แล้ว จริงๆ อยากให้สำนักพิมพ์อื่นช่วยด้วย ใครมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยรณรงค์ให้คนทั่วไปสนใจจะเป็นรูปแบบไหนก็ได้ ไม่ถือว่าที่ไหนเป็นคู่แข่งเลย เพราะถ้ายิ่งทำให้คนสนใจมาก ความรู้จะยิ่งขยายออกไปมาก ก็จะเป็นผลดี" รุจิรัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์มีส่วนสร้างมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมด้วยเช่นกัน แต่รุจิรัตน์มองว่า ทุกอุตสาหกรรมล้วนมีส่วนทำลายโลกทั้งสิ้น แต่ต้องชั่งน้ำหนักว่า คุณประโยชน์ที่ได้มาจากความสูญเสียนั้นคุ้มค่าแค่ไหน ข้อมูลที่คนได้รับรู้หลังจากการสูญเสียทรัพยากรนั้นจะมีความหมายเพียงใด

เพราะถ้ามองย้อนกลับไปแล้ว การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมฉบับของ อัล กอร์ และการประกาศถอนตัวไม่ร่วมพิธีสารเกียวโตเพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน ด้วยเกรงว่าเศรษฐกิจประเทศตัวเองจะฟีบแฟบของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ต่างก็มาจากขั้วความคิดของคนชาติอเมริกันเหมือนกันนี่เอง

ที่มาข้อมูล : http://www.komchadluek.net/2007/04/17/s001_106355.php?news_id=106355


กลับหน้าหลัก








FreeMind Publishing
ยินดีรับพิจารณางานสร้างสรรค์
ของนักเขียนที่มีฝันเช่นคุณ
รายละเอียด


chula book officialsite


nai-in website

Supawan Green's website

maple publishing


greenread website


greenread website
Copy Right 2006 FreeMind Publishing Ltd. All Rights Reserved.
Designed by